วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2558
วันพุธที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2558
ปลาพระอาทิตย์ (โมล่า โมล่า)
ปลาพระอาทิตย์ (โมล่า โมล่า)
ปลาพระอาทิตย์ (โมล่า โมล่า)
ชื่อวิทยาศาสตร์ Mola Mola
ชื่อสามัญ Ocean sunfish
ขนาด 2-3 เมตร
แพร่กระจาย ทะเลอันดามัน
บริเวณพี่พบ ปลาผิวน้ำ พบในหมู่เกาะห่างไกล และในทะเลน้ำลึก
ความลึก 1-100 เมตร
อาหาร แมงกระพรุน
สถานการณ์ถ้าเจอหมายถึง คุณโชคดีกว่าถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งอนุรักษ์ Fish Tip ยกมือไหว้เมื่อเจอ เพราะโอกาสมีเพียง 0.00001%นับเป็นการหาเรื่องใส่ตัวโดยแท้ที่คิดจะเขียนถึงเจ้าตัวนี้เพราะเกิดมาก็ไม่เคยพบเหมือนกันเท่าที่ถามผู้คนที่รู้จัก ยังไม่มีใครเคยเห็นเหมือนกันแต่ถ้าถามว่าเมืองไทยพบมั้ย ? บอกได้ว่าพบเพราะเคยมีคนเห็นตัวอย่างที่ศูนย์ชีวะภูเก็ตที่คณะประมงก็มีอยู่หนึ่งตัวแต่ตัวจริงๆถ้าอยากดูต้องไปญี่ปุ่นในอะควอเรี่ยมบางแห่งมีเจ้านี่ครับ
คนญี่ปุ่นชอบมากเป็นพิเศษเพราะเป็นปลาหน้าตาพิลึกถ้าคุณอ่านการ์ตูนญี่ปุ่น บางทีคุณอาจเจอเค้าว่ายไปก็ว่ายมาปลาพระอาทิตย์ หรือที่เรียกว่า โมล่า-โมล่า อยู่ในครอบครัว Molidaeถ้าเข้าใจไม่ผิดคิดว่ามี 2 ชนิด แต่ที่ทุกคนพูดถึงคือ Mola molaมีวิวัฒนาการแสนแปลกครีบต่างๆของเขาลดรูปเหลือเพียงครีบหลังและครีบก้นที่มีขนาดใหญ่มากใช้โบกแบบพลิกไปมาช่วยให้ตัวเองว่ายไปข้างหน้าได้ปรกติจะอยู่กลางน้ำหรือใกล้ผิวน้ำ ตัวใหญ่จริงๆน้ำหนักเป็นตันก็มีแต่ที่มีตัวอย่างในเมืองไทย ขนาดเท่าฝาโอ่ง ถือเป็นโมล่ารุ่นกระเตาะโมล่าอาศัยในมหาสมุทรเกือบทั่วโลก ทั้งในเขตร้อนและเขตอบอุ่นโอกาสเข้าใกล้แนวปะการังมีน้อยมาก ส่วนใหญ่จะเจอแบบบังเอิญกลางทะเลที่ฟิลิปปินส์มีทัวร์ดำน้ำดูโมล่าโดยเฉพาะ แต่เขาใช้คำว่า Mola orNothing ถ้าไม่เห็นโมล่าก็แปลว่าไม่เห็นอะไรเลยเพราะตรงนั้นไม่ใช่แนวปะการัง เป็นบริเวณกลางทะเลมีกระแสน้ำที่โมล่ามักลอยผ่านเป็นประจำใครอยากเห็นต้องลองไปทัวร์ที่ว่านี่เพราะไม่เคยมีคนรู้จักได้ไปสักคน
สุดเท่ห์!!! กับ เต่า Punk Rock แห่งแม่น้ำแมรี่
สุดเท่ห์!!! กับ เต่า Punk Rock แห่งแม่น้ำแมรี่
เห็นเจ้า เต่า กับทรงผมหัวไม้กวาดแล้ว อดขำไม่ได้ ดูจากทรงผมที่หลายคนต่างขนานนามกับเจ้าเต่าสุดเท่ห์ แห่งแม่น้ำแม่รี่ว่า เป็นเจ้าเต่า พังก์ ร็อค ซึ่งบนหัวของเจ้าเต่าที่ดูเหมือนทรงผมนั้น เป็นการบังเอิญแบบธรรมชาติสร้างมานั่นเอง
จริงๆ แล้วมันเป็นเต่าที่อาศัยอยู่ที่แม่น้ำแมรี่ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ช่างภาพสมัครเล่น ชื่อ คริส แวน วีค ได่ถ่ายเอาไว้พอดี และเจ้าเต่าตัวนี้เลยถูกแชร์มาสู่โลกออนไลน์ ทำให้ดังไปเลยทีเดียว ก็สีเขียวๆ บนหัว ที่ดูเหมือนผมมันอ่ะ เป็นสาหร่ายทะเลที่เผอิญไปขึ้นที่หัวและกระดองของมัน ซะงั้น ภาพที่เห็นก็เลยออกมาเท่ห์ๆ แบบร็อก พังก์ ซะเลย
ซึ่งเจ้า เต่า ตัวนี้เป็น สายพันธุ์ Elusor macrurus is an endangered เป็นเต่าที่ใกล้สูญพันธุ์เต็มที และจากการที่รัฐควีนส์กำลังจะสร้างเขื่อนกันแม่น้ำแมรี่นี้เองจึงเป็นที่น่าเป็นห่วงว่าจะเกิดผลกระทบต่อเต่าพันธุ์นี้ ตอนนี้เป็นเต่าที่อยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์ เนื่องจากถูกจับไปเป็นสัตว์เลี้ยงจำนวนมาก
วันพุธที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
หลุยส์ ปาสเตอร์
- ผลงาน
- -ค้นพบวิธีรักษาสิ่งของไม่ให้เน่าเสียโดยวิธีพาสเจอร์ไรซ์
-ค้นพบวัคซีนในการรักษาโรคพิษสุนัขบ้า
วันเสาร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2558
ชายคนนี้เป็นเพื่อนกับ"สิงโต"มานานกว่า11ปี!!!
ชายคนนี้เป็นเพื่อนกับ"สิงโต"มานานกว่า11ปี!!!
มันเป็นเรื่องที่อบอุ่นหัวใจเสมอเมื่อเราได้เห็นความรักระหว่างคนกับสัตว์
เลี้ยงของเขา แต่กับความสัมพันธ์ต่อไปนี้นั้นไม่ธรรมดา Frikkie Von Solms
มีความสัมพันธ์ที่สุดพิเศษกับเจ้าสิงโตที่ชื่อ Zion มากว่า 11 ปีแล้ว
มันเป็นเรื่องที่อบอุ่นหัวใจเสมอเมื่อเราได้เห็นความรักระหว่างคนกับสัตว์ เลี้ยงของเขา แต่กับความสัมพันธ์ต่อไปนี้นั้นไม่ธรรมดา Frikkie Von Solms มีความสัมพันธ์ที่สุดพิเศษกับเจ้าสิงโตที่ชื่อ Zion มากว่า 11 ปีแล้ว
วันเสาร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2558
บีเกิล (อังกฤษ: Beagle) เป็นสายพันธุ์สุนัขมีถิ่นกำเนิดในประเทศสหราชอาณาจักร อยู่ในจำพวกกลุ่มสุนัขล่าเนื้อ(Hound) มีขนสั้นและหูปรก เป็นสุนัขที่มีประสาทด้านการดมกลิ่นเป็นเลิศ (scent hounds) ที่พัฒนาสายพันธุ์ขึ้นมาครั้งแรก ด้วยจุดประสงค์เพื่อเป็นผู้ช่วยมนุษย์ ในกีฬาการล่าต่างๆ โดยเฉพาะการล่ากระต่าย ด้วยประสาทด้านการดมกลิ่นที่ไวมาก จึงได้มีการฝึกให้เป็นสุนัขตรวจสอบของผิดกฎหมาย อย่างเช่น ยาเสพติด วัตถุระเบิด ฯลฯ แต่บีเกิลยังได้รับความนิยมในฐานะสัตว์เลี้ยงเช่นกัน ด้วยขนาดตัวที่พอเหมาะ เป็นสุนัขอารมณ์ดี และสุขภาพแข็งแรงทนทานต่อโรค ด้วยคุณสมบัตินี้เอง บีเกิลยังถูกใช้ในงานวิจัยต่างๆ ที่เกี่ยวกับสัตว์อีกด้วย
สุนัขสายพันธุ์บีเกิลมีมากว่า 2000 ปีแล้ว และมีชื่อเสียงมากในยุคของพระนางอลิซาเบท(Elizabethan era) ซึ่งปรากฏในงานวรรณกรรม จิตรกรรม ภาพยนตร์ โทรทัศน์ และหนังสือการ์ตูนเรื่องสนู๊ปปี้ (Snoopy) ก็เป็นบีเกิลที่มีชื่อเสียงมากที่สุดตัวหนึ่งของโลก
ในอดีตบีเกิลถูกพัฒนาสายพันธุ์เพื่อการล่าโดยเฉพาะ มันเป็นเหมือนคู่หูในฝันของนายพรานสูงวัย ที่จะอยู่บนหลังม้าแล้วคอยควบคุมบีเกิล ส่วนพรานหนุ่มหรือพรานที่ไม่มีเงินมากพอ จะซื้อม้าที่แข็งแรงสายพันธุ์ดีก็จะใช้ลูกม้าแทน ก่อนที่การล่าหมาป่าจะเป็นที่นิยมในช่วงศตวรรษที่ 19 การล่าถือเป็นกิจกรรมข้ามคืนที่ใช้เวลายาวนาน และเต็มไปด้วยความน่าตื่นเต้นเร้าใจ พวกนายพรานจะสนุกกับการไล่ต้อนมากกว่าที่จะฆ่า ซึ่งบีเกิลจะเหมาะมากสำหรับหน้าที่นี้ ด้วยประสาทรับกลิ่นที่ยอดเยี่ยม กำลังกายที่เหลือเฟือ จึงเป็นเหมือนการการันตี ว่าบีเกิลสามารถไล่ล่าเป้าหมายได้จนกว่าจะเจอ การใช้ฝูงบีเกิลในการล่า เหมาะสำหรับการล่าที่ต้องใช้เวลานาน ส่วนในการล่าระยะสั้น บีเกิลจะทำหน้าที่คอยต้อนเป้าหมาย โดยเฉพาะในการล่ากระต่าย บีเกิลจะสนุกกับการไล่ล่าเป็นพิเศษ
ในยุคนั้นการล่าร่วมกับบีเกิลเป็นความใฝ่ฝันของคนหนุ่ม ในสหรัฐอเมริกาบีเกิลถูกเลือกเป็นสุนัขที่ใช้ในการ ล่ากระต่ายป่าเป็นสายพันธุ์ต้นๆ ก่อนที่จะมีการนำเข้าสายพันธุ์นี้จากต่างประเทศ การล่ากระต่ายป่ากับบีเกิล เป็นกีฬายอดนิยมในอังกฤษ ในช่วงกลางของศตวรรษที่ 19 จนกระทั่งสก็อตแลนด์สั่งห้ามกีฬาประเภทนี้ในปี 2002 และอังกฤษกับเวลส์ก็ห้ามเช่นกันในปี 2004 (Hunting Act 2004) จากภายใต้กฎหมายนี้ บีเกิลยังสามารถทำหน้าที่ในการไล่กระต่ายป่า ที่ถือว่าสร้างความรำคาญได้อยู่ อย่างไรก็ดีกีฬาการไล่ล่าก็ยังคงได้รับความนิยมอยู่ โดยเปลี่ยนรูปแบบเป็นการไล่ต้อนโดยไม่เอาชีวิต ให้วิ่งไปมาอยู่ในเขตการล่า ถือเป็นกิจกรรมที่ให้สุนัขได้ออกกำลังกาย และพัฒนาทักษะปัจจุบันบีเกิล ได้รับการเลือกเป็นหนึ่งในสุนัขดมกลิ่น ที่ใช้ตรวจสอบหาวัตถุต้องสงสัย ในงานด้านความมั่นคง และทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ (Beagle Brigade) บีเกิลกับบทบาทด้านความมั่นคงในการตรวจสอบตามสนามบิน ซึ่งในปีหนึ่งๆ สามารถช่วยเจ้าหน้าที่ตรวจพบวัตถุผิดกฎหมาย ได้ถึง 75000 รายการต่อปี อีกเหตุผลหนึ่งที่บีเกิลได้รับเลือกในหน้าที่นี้ เพราะว่าบีเกิลมีขนาดตัวที่ค่อนข้างเล็ก สามารถเข้าไปตรวจได้แม้กระทั่งคนที่ค่อนข้างกลัวสุนัข ดูแลง่าย ฉลาด และมันทำงานเต็มที่เพื่อรางวัล ซึ่งในหลายประเทศก็ได้มีการ ใช้งานบีเกิลในลักษณะนี้อย่างกว้างขวาง ส่วนสุนัขดมกลิ่นขนาดใหญ่ ก็จะใช้ในงานค้นหาวัตถุระเบิดโดยเฉพาะ และงานที่จำเป็นต้องปีนป่ายเพื่อเข้าไปตรวจสอบ ซึ่งบีเกิลไม่ค่อยเหมาะกับหน้าที่ ลักษณะนั้น
วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
ประวัติความเป็นมาประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)
ประวัติความเป็นมาประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)
Asean Economic Community History
AEC เป็นการพัฒนามาจากการเป็น สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (The Association of South East Asian Nations : ASEAN) ก่อตั้งขึ้นตามปฏิญญากรุงเทพฯ (Bangkok Declaration) เมื่อ 8 สิงหาคม 2510 โดยมีประเทศผู้ก่อตั้งแรกเริ่ม 5 ประเทศ คือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย ต่อมาในปี 2527 บรูไน ก็ได้เข้าเป็นสมาชิก ตามด้วย 2538 เวียดนาม ก็เข้าร่วมเป็นสมาชิก ต่อมา 2540 ลาวและพม่า เข้าร่วม และปี 2542 กัมพูชา ก็ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกลำดับที่ 10 ทำให้ปัจจุบันอาเซียนเป็นกลุ่มเศรษฐกิจภูมิภาคขนาดใหญ่ มีประชากร รวมกันเกือบ 500 ล้านคน
จากนั้นในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 9 ที่อินโดนีเซีย เมื่อ 7 ต.ค. 2546 ผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนได้ตกลงกันที่จะจัดตั้งประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) ซึ่งประกอบด้วย3 เสาหลัก คือ
1.ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (Asean Economic Community:AEC)
2.ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (Socio-Cultural Pillar)
3.ประชาคมความมั่นคงอาเซียน (Political and Security Pillar)
คำขวัญของอาเซียน คือ “ One Vision, One Identity, One Community.” หนึ่งวิสัยทัศน์ หนึ่งอัตลักษณ์ หนึ่งประชาคม
เดิมกำหนดเป้าหมายที่จะตั้งขึ้นในปี 2563 แต่ต่อมาได้ตกลงกันเลื่อนกำหนดให้เร็วขึ้นเป็นปี 2558 และก้าวสำคัญต่อมาคือการจัดทำปฏิญญาอาเซียน (ASEAN Charter) ซึ่งมีผลใช้บังคับแล้วตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี 2552 นับเป็นการยกระดับความร่วมมือของอาเซียนเข้าสู่มิติใหม่ในการสร้างประชาคม โดยมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งทางกฎหมายและมีองค์กรรองรับการดำเนินการเข้าสู่ เป้าหมายดังกล่าวภายในปี 2558
ปัจจุบันประเทศสมาชิกอาเซียน รวม 10 ประเทศได้แก่ ไทย พม่า มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม ลาว กัมพูชา บรูไน
สำหรับเสาหลักการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community หรือ AEC )ภายในปี 2558 เพื่อให้อาเซียนมีการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน แรงงานฝีมือ อย่างเสรี และเงินทุนที่เสรีขึ้นต่อมาในปี 2550 อาเซียนได้จัดทำพิมพ์เขียวเพื่อจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC Blueprint) เป็นแผนบูรณาการงานด้านเศรษฐกิจให้เห็นภาพรวมในการมุ่งไปสู่ AEC ซึ่งประกอบด้วยแผนงานเศรษฐกิจในด้าน ต่าง ๆ พร้อมกรอบระยะเวลาที่ชัดเจนในการดำเนินมาตรการต่าง ๆ จนบรรลุเป้าหมายในปี 2558 รวมทั้งการให้ความยืดหยุ่นตามที่ประเทศสมาชิกได้ตกลงกันล่วงหน้า
ในอนาคต AEC จะเป็นอาเซียน+3 โดยจะเพิ่มประเทศ จีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น เข้ามาอยู่ด้วย และต่อไปก็จะมีการเจรจา อาเซียน+6 จะมีประเทศ จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และ อินเดียต่อไป
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)